สถานีต่อไปของเฮียหลา?

ถึงทุ่งนาทีนี้ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยิงให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปแล้วทั้งมวล 26 ประตู จากการลงเล่นทั้งหมด 41 นัดหมายในทุกรายการ โดยแบ่งเป็นการถล่มตาข่ายในพรีเมียร์ลีก 15 ประตู
อืมมมมิลลิเมตร..ทำลายตาข่ายเสียจนถึงหมดสิ้นขนาดนี้ จัดว่ามากมายสำหรับกองหน้าที่มีอายุ 35 ขวบเข้าให้แล้ว
ก่อนเปิดฤดู ดาวยิงวัยสูงอายุผู้นี้ถูกสบประมาทจากนักวิพากษ์วิจารณ์ลูกหนังระดับโปรไลบวงสรวงว่าจะพบกับความลำบากที่สุดในอาชีพกิจการค้าแข้ง เพราะว่าที่นี่เป็นพรีเมียร์ลีก – สมรภูมิแข้งที่มีทั้งความรวดเร็วและก็เอาจริงเอาจังบนอัตราความฮาร์ดคอร์มากที่สุดในเมืองมนุษย์
ในขณะนี้ผู้ใดก็ช่างที่เคยสบประมาทเขาเอาไว้ดูเหมือนโดนสตั๊ดของ "อิบรา" ยัดปากไปเป็นที่เป็นระเบียบเรียบร้อย
ทีนี้ลองคิดเล่นๆ(ย้ำว่าคิดเล่นๆครับ) โดยเอาผลของการแข่งขันที่เกิดขึ้นแล้วของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูนี้ที่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ทำแต้มหลักๆมาหักจำนวนประตูที่เขายิงได้ในแมตช์นั้นออกไป
ประมาณว่าถ้าหาก ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ไม่ยิงประตูสำคัญในเกมที่เขายิงได้ ผลของการแข่งขันของ แมนฯ ยูไนเต็ด จะออกมาเป็นยังไงนับเฉพาะในพรีเมียร์ลีกเสมอ เซาธ์แฮมป์ตัน 0-0 (ยิง 2 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-0) เสมอ สวอนซี 1-1 (ยิง 2 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 3-1) แพ้ เอฟเวอร์ตัน 0-1 (ยิง 1 ประตู เสมอ 1-1) เสมอ คริสตัล พาเลซ 1-1 (ยิง 1 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-1) เสมอ เวสต์บรอมฯ 0-0 (ยิง 2 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-0) แพ้ ลิเวอร์พูล 0-1 (ยิง 1 ประตู เสมอ 1-1)
มองเห็นไหมครับว่าถ้าหากพี่แกไม่ยิงหรือยิงไม่ได้ คะแนนของกลุ่มสีแดงแห่งแมนเชสเตอร์จะหายวับไปกับตาถึง 10 แต้มเลยทีเดียว!
ส่วนนัดหมายชิง อีเอฟแอล คัพ ที่อดีตดาวยิงกลุ่มชาติสวีเดนทำผู้เดียว 2 ดอก แต่ถ้าพี่แกยิงไม่ได้ แมนฯ ยูไนเต้ด ก็จะแพ้ เซาธ์แฮมป์ตัน ด้วยสกอร์ 1-2 และก็ชวดแชมป์ไปเลยนี่เป็นจุดสำคัญของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช
เขาเป็นผู้เล่นประเภทห้ามป่วยไข้ ห้ามพัก และก็ห้ามถูกลักพาตัวไปไหนเด็ดขาด เพราะว่าเวลาหายไป ไม่ได้ลงไปในสนาม "เด็กผี" จะคิดถึงพี่แกอย่างควรหนัก เฉพาะอย่างยิ่งถ้า แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ชนะด้วยล่ะก็ อัตราความระลึกถึงจะพุ่งทะยานถึงขั้นล้นจุดแตก ยกตัวอย่างเกมที่แพ้ เชลซี ในศึก เอฟเอ คัพ นัดหมายอย่างไรอย่างไรก็ดี จุดนี้ถือเป็นดาบสองคม เพราะว่าการผูกขาดทำแต้มให้ แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่แทบจะคนเดียวอาจไม่ใช่เรื่องที่ดีสักเท่าไหร่
นับเฉพาะในพรีเมียร์ลีก "อิบรา" ซ้ำๆได้สูงสุดเป็น 15 ประตู รองลงมาเป็น ฆวน มาต้า 6 ประตู, ปอล ป๊อกบา 4 ประตู, เฮนริค มคิทาร์ยาน, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล และก็มาร์คัส แรชฟอร์ด 3 ประตู ช่วงเวลาที่ เวย์น รูนี่ย์ พึ่งจะยิงได้แค่ 2 ประตูเพียงเท่านั้นดูเหมือน โชเซ่ มูรินโญ่ จะเกรงอกเกรงใจดาวเตะผู้นี้มากเสียด้วยครับ
เป็นถ้าหากไม่เจ็บ-ไม่แบน เขาจะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงโดยอัตโนมัต เว้นเสียแต่บางเกมที่ผู้เป็นนายใหญ่ต้องการให้พักน่องหรือต้องการจัดผู้เล่นชุดสองลงไปในสนามบ้างที่สำคัญเป็นถ้าหากได้ลงตัวจริงแล้ว ไม่เคยถูกเปลี่ยนตัวออกอีกต่างหาก
แม้กระทั่งเล่นไม่ดี-ทำฟอร์มตก หรือประพฤติไม่มีสาระ เจ้าของสมญา "เดอะ สเปเชี่ยล วัน" จะเป็นไปไม่ได้เปลี่ยนตัวเขาออกจากสนาม ดุจกลัวโดนกระทืบ!
เกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำเป็นแค่เสมอกับ บอร์นมัธ 0-0 ในบ้านตัวเอง ดาวเตะที่สหายร่วมกลุ่มเรียกสั้นๆว่า "เฮียหลา" โชว์ฟอร์มได้แย่สิ้นดีครับ ขนาดสังหารจุดลูกโทษยังโดนเซฟเลย ประชาชนก็เห็นกันทั้งบางว่าเล่นไม่ได้การ แต่ "มูมู่" กลับปลดปล่อยให้ท่านพี่เขาประพฤติไร้ประโยชน์บนฟลอร์หญ้าจนถึงครบ 90 นาที โดยเลือกถอดคนอื่นๆออกแทนซะอย่างงั้น
รู้เรื่องว่าทั้งสองน่าจะทำข้อตกลงกันเอาไว้ หรือไม่ก็เพราะว่าความเกรงใจ แม้คำว่า "เกรงอกเกรงใจ" จะไม่ใส่อยู่ในพจนานุกรมภาษาอังกฤษและก็พจนานุกรมส่วนตัวของ โชเซ่ มูรินโญ่ ก็ตาม
เป็นได้ที่ภายหลังจากหมดสัญญากับ เปแอสเช "อิบรา" อาจไม่ได้คิดต้องการจะขายวิญญาณให้ภูติผีปีศาจแดงตั้งแต่แรก แต่เป็นเพราะว่าถูกนายจ้างเก่าอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ วิงวอน หรืออาจเคยมีพระคุณกันมาก่อน เจ้าตัวเลยยอมเลื้อยตูดมาอยู่ร่วมกันที่โรงละครแห่งความฝัน
นั่นอาจเป็นเหตุผลที่พูดว่าเพราะเหตุไร กุนซือวัย 54 กะรัตถึงเกรงอกเกรงใจลูกทีมคนนี้เป็นพิเศษ โดยส่งลงเป็นตัวจริงทุกนัดหมาย แถมไม่เคยถูกเปลี่ยนตัวออก เพื่อเป็นการทดแทนถ้าหากเป็นลูกก็ถือเป็นลูกคนโปรดที่ถูกตามใจจนถึงติดจนเป็นนิสัยเลยทีเดียว
ซลาตัน อิบราฮิโมวิช จึงไม่ต่างจาก "สิทธิพิเศษชน" ในกลุ่มภูติผีปีศาจสามง่าม ซึ่งจัดว่าไม่ถูกหลักการปกครองอย่างรุนแรง เพราะอาจสร้างปัญหาการรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจขึ้นในกลุ่ม
ทั้งที่อันที่จริงแล้ว โชเซ่ มูรินโญ่ เป็นผู้จัดการกลุ่มที่มีความเด็ดขาดมากครับ เขาเป็นไปไม่ได้ปลดปล่อยให้ลูกทีมยิ่งใหญ่กว่าตัวเองอย่างไม่ต้องสงสัย ไม่ว่าดาวเตะคนนั้นจะยิ่งใหญ่มาจากไหนก็ตาม
กาลครั้งหนึ่งยุคเป็นกุนซือของ เชลซี – เจ้าของกลุ่มอย่าง "อาเสี่ยหมี" อุตส่าห์แออัดยัดเยียดยอดเยี่ยมดาวยิงค่าจ้าง 30 ล้านปอนด์อย่าง อังเดร เชฟศาสนาเชนโก้เก๋ มาให้ โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องส่งลงไปในสนาม แต่ "เชว่า" กลับงัดฟอร์มกระฉูดแตกออกมาไม่เป็นผลสำเร็จจนถึงเปลี่ยนเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวถึงขนาดเป็นเหตุให้ผู้จัดการกลุ่มกับเจ้าของกลุ่มจะต้องแตกหักกัน
ดาวถล่มตาข่ายของสิงห์บลูส์อย่าง ดิเอโก้เก๋ คอสต้า หรือขาใหญ่ของ เชลซี อย่าง จอห์น เทอร์รี่ ก็เช่นเดียวกันที่ไม่เคยได้รับสิทธิพิเศษพิเศษจาก โชเซ่ มูรินโญ่ ท้ายที่สุดตัวเองเลยโดนลูกทีมทรยศจนถึงโดนถีบกระเด็นตกเก้าอี้ผู้จัดการกลุ่มมาแล้ว
และก็โดยไม่เว้นแม้กระทั้งลูกทีมในตอนนี้อย่าง ฆวน มาต้า ที่เคยถูกลอยแพออกมาจาก สแตมฟอร์ด บริดจ์ แม้จะมาหายใจร่วมกันอีกครั้งในชุดแต่งกายภูติผีปีศาจแดงและก็ทุ่งนาทีนี้ แต่ถ้าสังเกตให้ดี คุณจะพบว่า "เดอะ สเปเชี่ยล ฆวน" เป็นผู้เล่นคนแรกที่ชอบถูก "เดอะ สเปเชี่ยล วัน" เปลี่ยนตัวออกเป็นคนแรกอยู่เป็นประจำ
จึงพอเพียงจะสรุปได้ว่า "มูมู่" ไม่เคยก้มหน้าให้ลูกทีมคนไหนกันแน่ เว้นเสียแต่ "พี่หลา" เพียงผู้เดียวที่จัดอยู่ในประเภท "ห้ามแตะต้อง" เป็นกรณีพิเศษ
ผมรู้เรื่อง โชเซ่ มูรินโญ่ ครับ รู้เรื่องว่าเฮียแกคงมีอะไรบางอย่างที่ลึกซึ้งแบบสุดหูรูดกับ "อิบรา" โดยที่ประชาชนทั่วไปไม่ทราบ หรือบางโอกาสมันอาจเป็นข้อจำกัดพิเศษที่เจาะจงเอาไว้ในคำสัญญาที่ทำไว้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เป็นไปได้ มันอาจเป็น "ข้อจำกัด" ที่ทำให้ดาวเตะผู้นี้ยอมขายวิญญาณให้ภูติผีปีศาจแดงอะไรโดยประมาณนั้น
สิ่งที่เป็นปัญหาก็คือไม่ใช่ทุกนัดหมายที่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช บนวัย 35 ขวบจะระเบิดฟอร์มยอดเยี่ยมพลางกระแทกตาข่ายได้ตลอด
หลายครั้งที่เขาหวงบอลมากจนเกินความจำเป็น หลายครั้งที่เขาทำเรื่องง่ายให้เกิดเรื่องยาก และก็หลายครั้งที่ออกอาการหงุดหงิด หรือชักสีหน้าใส่สหายร่วมกลุ่มที่ดันเล่นผิดจิตใจ
เหมือนกับบางนัดหมายที่สมจะต้องเป็นตัวสำรองบ้าง หรือถูกเปลี่ยนตัวออกบ้างก็ได้ ไม่ใช่ตะบี้ตะบันใช้งานอย่างสม่ำเสมอตลอด 90 นาทีในทุกๆนัดหมาย
ถึงในขณะนี้ "อิบรา" ยังไม่ได้ต่อสัญญาใหม่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ครับ แถมฤดูหน้าอายุเขาจะเพิ่มขึ้นอีก 1 ปี ซึ่งสำหรับกองหน้าวัย 36 ขวบ เช่นไรสภาพร่างกายก็จะต้องถดถอยลงไปตามธรรมชาติ จึงเป็นไปไม่ได้รักษามาตรฐาน หรือเล่นดีขึ้นกว่าเดิมอย่างไม่ต้องสงสัยมันยังไม่ใช่แค่นี้
มันยังทายใจได้ไม่ยากว่าฤดูหน้าเช่นไร แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ต้องหากองหน้าดาวถล่มประตูตัวใหม่ที่สดกว่ามาเสริมทัพแน่ๆ
ถ้าต้องการยืดคำสัญญาออกไปอีก 1 ปี บางโอกาส "เฮียหลา" อาจจะต้องเห็นด้วยความเป็นจริงข้อนี้ เหมือนกับยอมรับสภาพการดำเนินชีวิตบนม้านั่งสำรองเป็นที่สองรองจากคนอื่นๆคำถามเป็น ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ในวันที่มีอายุ 36 จะยอมรับสภาพการเป็นตัวสำรองได้หรือไม่? ผมตอบให้ก็ได้ครับว่า…เป็นไปไม่ได้ ดาวเตะที่เย่อหยิ่งและก็ทะนงตัวอย่าง "อิบรา" เป็นไปไม่ได้ยอมเป็นที่สองรองใคร – มันจึงคงเหลืออยู่เพียงแค่ 2 ลู่ทางเพียงแค่นั้น

แนวทางดึงลิเวอร์พูลจากหล่ม

สถานการณ์ของลิเวอร์พูลในช่วงเวลานั้น ถ้าเป็นผู้เจ็บป่วยติดเตียง อาการมีแต่ทรงกับทรุด
แพ้ค้างบ้านสองครั้งต่อๆกัน ในขณะที่ก่อนโดนสวอนซีบุกคลำคมเมื่อวันเสาร์ หงส์แดงพราวด์ลี่ พรีเซนต์ ยินดีพรีเซ็นท์ผลงานไม่มีแพ้ในแอนฟิลด์ นานข้ามปี
เรื่องจริงวันนี้ไม่ตั้งใจเขียนถึงความปราชัยที่จบทางไปเวมบลีย์ เนื่องจากไม่มีอะไรแปลกใหม่ จากที่พึ่งจะแพ้ในดาร์บี้แมตช์ของศึก "หงส์สองตัวอยู่สระเดียวกันมิได้"
แต่ใจความสำคัญที่ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับลิเวอร์พูล จากชัยชนะเพียงแค่ครั้งเดียวใน 7 เกมทุกรายการ ตั้งแต่แมื่อออกสตาร์ตศักราชใหม่ แถมเป็นการชนะหืดจับเหนือทีมต่ำดิวิชั่นกว่าจมหูอย่างพลีมัธ ผมรู้สึกว่าทุกคนอาจพอมีคำตอบอยู่บ้างแล้ว
สำคัญกว่านั้นเป็นการระดมความคิดความสามารถหาทางออก เนื่องจากในเมื่อสถานการณ์เลวมาถึงจุดนี้ เจอร คล็อปป์ ควรถึงเวลาลงมือกระทำอะไรหรือยัง เพื่อเปลี่ยนแปลง แล้วก็ฉุดทีมให้กลับขึ้นมาผงาดอีกทีผมเก็บมาเป็นข้อๆเท่าที่พอนึกได้ในห้วงยังเซ็งเป็ด เอ๊ย เซ็งหงส์
1. ฉีกรูปแบบการเล่นทั้งระบบ สไตล์ แล้วก็ขั้นตอนการให้ไม่เหมือนกับแพทเทิร์นเดิมๆซ้ำๆตอนที่ยังมี ซาดิโอ มาเน่ ในสนาม
เนื่องจากจนถึงบัดนี้ ผลงานชนะพลีมัธ เพียงแค่ทีมเดียวจาก 7 นัด แล้วก็ต้องใช้โอกาสถึง 180 นาที เพื่อคว่ำทีมระดับลีก ทู นี้ได้ สะท้อนชัดเจนว่าการขาดมาเน่ ทิ้งปัญหาใหญ่ขนาดเท่าหลุมจากระเบิดปรมาณูเจอร คล็อปป์ ทราบนานแล้วว่าเขาไม่มีผู้แทนมาเน่ แบบ like for like หรือมีสไตล์คล้ายๆกัน ไม่ถึงขั้นว่าต้องราวกับ มาเน่ทำให้เกมบุกของลิเวอร์พูล ภายใต้หมาก 4-3-3 จุดติดมาทั้งครึ่งฤดูกาลแรก จากการเป็นตัวรุกริมเส้นที่ถ่างตัวตามติดออกจากตำแหน่ง แล้วก็เปิดช่องให้ตัวสอดอย่าง อดัม ลัลลาน่า หรือ เนธาเนียล ไคลน์ ทะลุขึ้นมาปฏิบัติการจะสังเกตได้ว่าตั้งแต่มาเน่ไม่อยู่ ลิเวอร์พูลไม่สามารทำลายโซนรับคู่ปรับให้ฉีกจนขาด หรือแตกออกมาได้เลยพร้อมเพียงกันเป็นฟอร์มของลัลลาน่า รวมทั้งไคลน์ พากันหายเข้ากลีบเมฆไปด้วยเมื่อกึ่งกลางสัปดาห์กับนักบุญ คล็อปป์ยังดื้อยึดระบบนี้ แม้จะถอยลัลลาน่าลงมายืนในไลน์ของมิดฟิลด์ แล้วก็ขยับ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ไปแทนตำแหน่งของมาเน่ โดยมี แดเนียล สเตอร์ริดจ์ เป็นกองหน้าตัวเป้า
แต่ตลอด 45 นาทีแรก เกมของลิเวอร์พูลยังมืดบอด ไม่มีวี่แววจะเอาชนะแนวรับของเซาธ์หมูแฮมป์ตัน ที่มิได้ใช้คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟตัวหลักจากช่วงต้นฤดูกาล อย่าง เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กับ โชเซ่ ฟอนเต้ ด้วย เนื่องจากการแก้แบบหนึ่งมักนำมาซึ่งการก่อให้เกิดปัญหาอีกอย่างหนึ่ง หลายๆจังหวะปรากฏว่าฟีร์มีโน่หุบมาทับไลน์เดียวกับสเตอร์ริดจ์ ส่วนการขึ้นเกมทางขวายังบอดดังเดิม มิหนำซ้ำแบ็กขวายังเป็นดาวรุ่งอย่าง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ที่แม้เล่นได้ดีระดับหนึ่ง แต่เขาควรหามความมุ่งมาดในระดับไหน เป็นอีกกรณี
จนกระทั่งช่วงหลัง คล็อปป์ขยับตำแหน่งการยืนเป็น 4-4-2 ไดมอนด์ ฟีร์มีโน่กับสเตอร์ริดจ์เป็นคู่กองหน้า คูว่ากล่าวนโญ่เป็นหัวเพชร ถึงสามารถสร้างโอกาสได้มากขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็ควรเห็นสกอร์อย่างน้อยๆ1-2 ประตู
เป็นอีกทีต่อจากนัดแพ้สวอนซีเมื่อสุดสัปดาห์ ที่คล็อปป์เลือกออกสตาร์ตด้วยแผน 4-3-3 แล้วก็เมื่อไม่ได้ผลถึงค่อยคิดเปลี่ยนแปลง
กับสวอนซีต้องรอให้โดนสองเม็ด ค่อยกระตุกความกระฉับกระเฉง ส่วนเกมนี้ ลิเวอร์พูลมิได้เริ่มด้วยผล 0-0 นะครับ แต่ตาม 0-1 จากนัดแรก แล้วทำไมถึงปลดปล่อยให้ตัวเองเหลือเวลาเพียง 45 นาทีในที่สุด
2. นอกจากการเปลี่ยนแปลงในสนามแข่งแล้ว สิ่งที่ยากกว่าเป็น คล็อปป์บางทีอาจต้องปรับวิธีทำงานนอกสนาม

อย่างที่เฟอร์กี้เคยพินิจพิจารณาในช่วงซัมเมอร์ ว่าจากการศึกษาเกมนัดชิงยูโรปา ลีก ระหว่างลิเวอร์พูล กับ เซบีคุณย่า เขาเห็นนักฟุตบอลหงส์แดงเฉาปลาย เร่งไม่ขึ้นในช่วงหลัง
เช่นเดียวกับ เรย์มงด์ แฟร์เฮเย่น ผู้ฝึกสอนด้านฟิตเนสที่ผ่านเวทีฟุตบอลโลกมาแล้วสามยุค กับฮอลแลนด์, ประเทศเกาหลีใต้ แล้วก็รัสเซีย รวมทั้งเคยเป็นเทรนเนอร์ส่วนตัวให้ เคร็ก เบลลามี่ ได้แสดงความเห็นครึ่งทายในเดือนสิงหาคมว่า สไตล์ทำทีมแล้วก็การฝึกฝนที่เข้มข้นของคล็อปป์ จะก่อให้ลิเวอร์พูลลำบากในช่วงครึ่งฤดูกาลข้างหลังนาทีนั้น เด็กหงส์บางบุคคลส่ายหน้าไม่เชื่อแต่ข้างหลังเกมกับเซาธ์หมูแฮมป์ตัน เจมี่ คาร์ราเกอร์ บอกว่าหนึ่งในปัญหาใหญ่ของหงส์แดง เป็นนักฟุตบอลมองล้า ขาไม่วิ่ง สปีดช้าลง แล้วก็แพ้บ่อยครั้งขึ้นในการฉกชิงบอลจังหวะสอง
เกมนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายๆนัด ที่เห็นนักฟุตบอลลิเวอร์พูลกลับมาใช้เกมเพรสซิ่งแบบเป็นหมู่คณะ ราวกับในช่วงแรกที่คล็อปป์เข้ามาคุม แล้วก็จัดว่ากดดันทีมเยือนได้พอควร
แต่ก็ทำแบบมาๆหายๆเป็นพักๆไม่ตลอด ราวกับจะบีบได้แล้ว แต่ในที่สุดก็คลายออก ความฟิตของนักฟุตบอลต้องถูกตั้งปัญหาว่าคล็อปป์รีดมันออกมากระทั่งหมดถัง ไม่เหลือสักหยดแล้วหรือ 3. ควรเห็นด้วยเถิดว่าขุมกำลังชุดนี้ดีไม่พอจะต่อกรกับอีก 4-5 ทีมบนหัวตารางลิเวอร์พูลอาจมีทีม 11 ตัวจริงที่ดีไม่เป็นสองรองคนใดกัน แต่อย่างที่เห็นเมื่อเกมไปสู่ช่วงเข้าด้ายเข้าเข็ม แล้วก็คล็อปป์เกือบจะไม่ขยับเปลี่ยนตัว หรือใช้โควตาเปลี่ยนช้าเกินไป แทนที่จะเปลี่ยนตั้งแต่ออกสตาร์ตช่วงหลัง มันย่อมสะท้อนในทางหนึ่งว่า คล็อปป์บางทีอาจไม่มั่นใจว่าตัวสำรองจะดำเนินงานได้ดีมากกว่าคนที่อยู่ในสนาม
การซื้อนักฟุตบอลใหม่ในช่วงมกราคม บางทีอาจไม่ใช่รสนิยมส่วนตัวของคล็อปป์ แล้วก็เขาก็มีส่วนเหมาะสมว่ามันมิได้หาซื้อกันง่ายๆราวกับที่คนจำนวนไม่น้อยคิด ด้วยเหตุหลายสิ่งหลายอย่าง
แต่ถึงงั้นก็ใช่ว่าของดีจะไม่มีให้สอยมาเสียเลย เอฟเวอร์ตันได้ มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน ไปเสริมแดนกึ่งกลาง บางครั้งบางคราวข้อแม้บางข้อ ของดีราคาไม่แพงเกินไปก็รออยู่ในตลาด
เวลาที่เหลืออีกไม่กี่วันก่อนตลาดวาย ยังพอทันให้คล็อปป์มองหาตัวเลือกใหม่ๆมาช่วยปั๊มหัวใจหงส์ที่เริ่มจะแผ่วเบาลง ดีมากกว่าปลดปล่อยให้ตายไปต่อหน้าต่อตา
4. ทำทั้งหมดทุกอย่างดังเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น นับวันรอที่จะได้ ซาดิโอ มาเน่ กลับมาช่วยทีมจากการไปทำสงครามแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพมิได้ประชดประชันนะครับ แล้วก็ผมอาจไม่ใช่แฟนหงส์ผู้เดียวที่คอยเช็กผลของเซเนกัล ด้วยใจจริงอยากให้ไม่เข้ารอบแต่ไก่โห่เลยด้วย ความมุ่งมาดหรืออีกนัยเรียกว่าแช่ง พินาศตั้งแต่ผ่านสองนัดแรก เนื่องจากเซเนกัลปัดกวาด 6 แต้มเต็ม แถมมาเน่มีชื่อทำแต้มได้ทั้งคู่เกม
ผ่านเข้ารอบไปแบบสบายๆเตรียมเจอกับ "หมอผี" แคเมอรูน ในรอบก่อนรองฯ วันเสาร์นี้ มองตามหน้าเสื่อ เซเนกัลได้เปรียบอยู่ดี มีสิทธิ์อยู่ยาวข้ามถึงกุมภาพันธ์

ผี vs หงส์

ขอประกาศให้ทราบโดยถ้วนหน้าว่า ลิเวอร์พูล ไม่ชนะสามครั้งต่อๆกันเป็นครั้งแรกของฤดู
ช่างจังหวัดประจวบคีรีขันธ์อะไรอย่างงี้ที่เกมต่อไปของหงส์แดง คือการออกไปเยือนโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด มิได้ยากอะไร แค่ยากมากมายเท่านั้นแหละ เด็กหงส์คงจะพากันก่นอยู่ในใจว่าคนไหนกันแน่แกล้งเขียนสคริปต์ฟระ น่าจับมาดีดติ่งหู 99 ครั้ง
ใจร้ายมากครับที่ให้ทีมหนึ่งกำลังเดินสายปัดกวาดความมีชัย 9 นัดรวด มาเจอกับทีมที่ไม่ชนะสามเกมซ้อน แม้ว่าหนึ่งในคู่ต่อกรน่าภาคภูมิใจพรีเซนเทชั่นยิ่งนัก เอิ่ม พลีมัธ อาร์ไกล์
แต่ว่าจะโยนบาปให้โปรแกรมที่ดันมาผิดจังหวะก็คงจะมิได้ ด้วยเหตุว่าแดงเดือดเวอร์ชั่นแรกเมื่อเดือนตุลาคม เหตุการณ์ก็ทำนองนี้ เพียงแค่สลับร่าง โดยที่ลิเวอร์พูล กำลังติดเครื่อง ชนะมา 5 นัดติดทุกรายการ ผิดกับปีศาจแดงที่ชนะแค่ 1 จาก 4 เกมลีกก่อนข้ามมาเยือนแอนฟิลด์
โมเมนตัมสวนกัน แล้วก็เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดแท็กติกที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ถนัดนักแล ด้วยการแช่แข็งเกมรุกของหงส์แดงจนกระดุกกระดิกไม่ออก ตลอดทั้งเกมมีโอกาสยิงเข้ากรอบเพียงสามครั้ง
อย่างไรก็แล้วแต่ แม้แผนหยุดรถบัสของมูรินโญ่อาจสำเร็จ ปีศาจแดงบุกตอดคะแนนกลับแมนเชสเตอร์ได้ก็จริง แต่ว่าสำหรับแฟนผี วิธีแบบงี้ไม่ใช่แนวทางการเล่นอันภาคภูมิใจของชมรม
มูรินโญ่ ถึงเคยสารภาพว่าการคุมทีมระดับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นโจทย์ยากสุดหิน ด้วยเหตุว่าแค่ชนะอย่างเดียวน้อยเกินไป แต่ว่าจะต้องชนะอย่างมีคลาสมีสไตล์
นั่นคือแดงเดือดยกแรกของฤดูเมื่อเกือบจะสามเดือนที่แล้ว แต่ว่ามาโอกาสนี้ เหตุการณ์ของทั้งคู่ทีมกำลังสวนอย่างสิ้นเชิง
แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่ในฟอร์มที่รุนแรง ผลงานเยี่ยม แต่ว่าจะว่าไปก็ตามมาตรฐานที่ถูกคาดหวังตั้งแต่ก่อนเปิดซีซั่น เพียงไปมีตอนสะดุดหลุดโค้งไถลลงข้างทางหน่อยเพียงแค่นั้น
ส่วนลิเวอร์พูล ของ พบร คล็อปป์ ถ้าหากเทียบกับราคาหุ้นสักตัว ผลงานในเวลานั้นกำลังถูกดึงกลับมาสู่ราคาฐานรากที่โดยความเป็นจริง ภายหลังมีขาใหญ่ช่วยลากไปจนทะลุเพดาน ติดลมทำนิวไฮตลอดมานับเป็นเวลาหลายเดือน
แต่ว่าตลอดสามนัดข้างหลังตั้งแต่ออกสตาร์ตปีใหม่ หงส์แดงที่เคยบินสูงถึงตำแหน่งผู้นำฝูง พลาดท่าสะดุดตอ แพ้ภัยตัวเองจากโปรแกรมที่ชุมกว่ายุงลาย ปัญหาบาดเจ็บ แล้วก็ขุมกำลังที่ค่อนข้างเปราะบางจนไม่สามารถที่จะโรเตชั่นแบบเหมาทีม พร้อมด้วยรักษาประสิทธิภาพการเล่น
ลางเริ่มปรากฏในเกมบุกเสมอซันเดอร์แลนด์ 2-2 ข้างหลังเพิ่งลงบประมาณดในคืนส่งท้ายปีเก่ากับแมนฯ ซิตี้ แค่ไม่ถึงสองวันที่ผ่านมา แล้วก็คล็อปป์ไม่กล้าแม้จะแตะทีมตัวจริงด้วยการเปลี่ยนสัก 1-2 ตำแหน่งนอกจากไฟต์บังคับเพราะ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เจ็บจนเล่นมิได้ จะต้องส่งเอ็มเร่ เฉลียง ออกสตาร์ตเจอกับแมวดำ
ตลอดมาถึงเอฟเอ คัพ กับทีมระดับลีกทูอย่างพลีมัธ ผมขอไม่วิภาควิจารณ์อะไร ด้วยเหตุว่ารู้เรื่องว่าบรรดาดาวรุ่งบวกกับตัวสำรองอย่างเฉลียง,W88โมเรโน่ หรือลูคัส เลวา เพิ่งได้ลงแมตช์ร่วมกันในปีนี้เป็นครั้งแรก ทีมเวิร์กยังไม่เข้าที่เข้าทาง ในฐานะบุคคลภายนอกจะต้องสารภาพการตัดสินใจบนความเสี่ยงของที่ปรึกษาแต่ว่าปัญหาที่พุ่งวาบเข้าตาสูงที่สุดคือเกมบุกแพ้เซาธ์แฮมป์ตัน 0-1 ในลีก คัพ รอบรองฯ นัดแรก เมื่อคืนวาน

คล็อปป์ จัดทีมชุดใหญ่ทั้ง 11 คนเท่าที่เอื้ออำนวย แต่ว่าฟอร์มในสนามเกือบจะไม่มีความต่างจากเกมเมื่อวันอาทิตย์ที่เล่นกับบอร์นมัธ เอ๊ย พลีมัธ
อย่างไรก็แล้วแต่ แม้ว่าจะเป็นทีมชุดใหญ่ แต่ว่าก็ยังขาดตัวหลักในทุกขุมกำลัง ไล่ตั้งแต่ โฌแอล มาติเตียนป, เฮนเดอร์สัน, ซาดิโอ มาเน่ ไปจนกระทั่ง ฟิลิปกระเป๋า คูติเตียนนโญ่ ที่เริ่มต้นเกมนี้ด้วยการเป็นตัวสำรอง ก่อนถูกส่งลงในสนามในตอนครึ่งชั่วโมงสุดท้าย
มองในแง่ดีจากความแพ้พ่าย 0-1 คือลิเวอร์พูลยังอยู่บนทางของการลุ้นไปเวมบลีย์ แล้วก็น่าจะยืนยันเหตุว่าทั้งทีมคงจะไม่เล่นไม่ดีไปกว่านัดนี้อีกแล้ว
แง่ดีอย่างลำดับที่สอง คือฟอร์มไม่เอาถ่านเอาก๊าซของนักฟุตบอลบางคน จะต้องถูกสแกนกรรมผ่านแว่นของคล็อปป์ทันตามกำหนดก่อนลองเสี่ยงผิดๆถูกๆในเกมกับแมนฯ ยูไนเต็ด
สมมติในกรณีที่เลวจุดสูงสุด คือเฮนโด้ กับมาติเตียนป ยังกลับมาเล่นมิได้ รวมถึงคูติเตียนนโญ่ไม่สมบูรณ์เพียงพอเป็นตัวจริง ผมมั่นใจว่า คล็อปป์จะต้องลังเลลังเลกับการส่งทีมชุดนี้ลงไปโดนเฉือนซ้ำรอยทั้งๆที่ 11 คนในเกมกับนักบุญ อาจดูแล้วว่าดีที่สุดเท่าที่มีให้เลือก แต่ว่าคำว่าดีที่สุดก็ไม่จึงควรใช่ที่สุด
โดยเฉพาะในเหตุการณ์ข้างหลังอิงฝาหน้าชนกำแพงแบบงี้ คล็อปป์ มองออกแน่นอนว่านักฟุตบอลผู้ใดกันสอบผ่านหรือสอบตก
แดเนียล สเตอร์ริดจ์ โดนแทรกนิดชนหน่อยทำเป็นขาระทวยตัวรูดไปกองกับพื้น พร้อมด้วยส่งสายตาอ้อนความเห็นใจจากผู้ตัดสินตลอดทั้งเกมมีโอกาสสับไกหนเดียว แต่ว่าข้ามคานไปโน่น
จังหวะหนึ่งในครึ่งหลังที่คณะทำงานของคล็อปป์ ส่งกระดาษไปถึงมือสเตอร์ริดจ์ เด็กหงส์ในโลกโซเชียลแห่กันโพสต์ทายว่า คล็อปป์เขียนอะไรไปบอกกองหน้าสไตล์ลูกหนูน้อยเอ็มเร่ เฉลียง คืออีกคนที่โดนจัดหนักว่าทำให้จังหวะเกมเสีย ด้วยเหตุว่ามัวแต่บากบั่นโชว์ เก็บบอลนาน แถมจับบอลลั่นห่างเป็นวาไม่ต้องกล่าวถึงตัวปัจจัยทำเสียประตูอย่าง รักทุ่งนาร์ คลาวาน แล้วก็แบ็กซ้าย เจมส์ ไม่ลเนอร์ ก็ไม่รอดถามว่าเพราะเหตุใดถึงผิดฟอร์มกันเกือบจะยกทีม คำตอบง่ายสุดคือคล็อปป์ กลัดกระดุมผิดตั้งแต่เม็ดแรก
ด้วยนักฟุตบอลชุดนี้ คล็อปป์อาจจะต้องเลือกแผนใหม่ที่ไม่ใช่ 4-3-3 ด้วยเหตุว่าเขาไม่มีตัวรุกริมเส้นสไตล์ของ ซาดิโอ มาเน่ ยิ่งลองใช้สเตอร์ริดจ์ยืนแทน ยิ่งสกปรกออกสมุทรไปกันใหญ่
การถอยไปรับลึกของทีมนักบุญ ไม่กำเนิดผลดีอะไรกับการส่ง เอ็มเร่ เฉลียง เป็นมิดฟิลด์ตัวข้างที่จะต้องเข้าไปอยู่ในดงของแนวรับเจ้าถิ่น รุมบีบจนแทงอล บวกกับความช้าเป็นทุนของนักฟุตบอล
เฉลียง น่าจะปักหลักในตำแหน่งของ ลูคัส เลวา ความสามารถในการผ่านบอลอาจเท่าเทียมกัน แต่ว่ามิดฟิลด์เยอรมัน ได้เรื่องการหาโอกาสยิงไกล ซึ่งลูคัส ขาดที่ตรงนี้
ผลพวงจากการไม่มีเฮนโด้ เป็นตัวคุมจังหวะเกม แล้วก็ถ่ายบอลซ้ายขวาทำลายโซนรับของคู่ปรปักษ์ ถูกประจานว่ารุนแรงกว่าที่คิด
คาดกันว่าในเกมแดงเดือด ทั้งเฮนเดอร์สัน แล้วก็มาติเตียนป น่าจะมีลุ้นกลับมาลงในสนามได้ เมื่อบวกกับคูติเตียนนโญ่อีกคน เท่ากับว่าลิเวอร์พูล จะขาดเพียงมาเน่ไปผู้เดียว

18 พ้อยท์ที่หายไปของ เป็ด

แล้วสิ่งที่ชาวหงส์หวาดผวาก็ยังคงเกาะกัดความรู้สึก กลุ่มที่มีชื่อเสียงว่าเป็น ''แชมเปี้ยน'' ในกลุ่มท็อปเซเว่นโดยไม่เคยแพ้เลย ก็ยังมักจำต้องตกอยู่ใต้เครื่องหมายคำถามว่าเพราะเหตุไรถึงเร่งสปีดไม่ขึ้นประจำยามปะทะกลุ่มกลุ่มข้างล่างของตาราง มันไม่ใช่ทีแรก ครั้งสอง ครั้งสาม แม้กระนั้นมันหลายคราวมากมายๆมีเสียงโห่เล็กๆถึง จอร์แดน ไอบ์ (What?) มีเสียงชมเชยถึง ดิว็อค โอริกี้ โดยพลันที่พุ่งขวิดจ่อๆให้ลิเวอร์พูลแซงนำ มีเสียงบ่นหนักแน่นถึงแท็กติกของ พบร คล็อปป์ อีกคราว ซึ่งจัดได้ว่าเป็นเหตุผลสำคัญเลยที่ทำให้เกมลงเอยด้วยการเสมอ โยนชัยชนะทิ้งที่แอนฟิลด์
''คูตำหนินโญ่ป่วยตอนพักครึ่ง ผมเลยจำต้องแปลงออก มันเกิดเรื่องที่ต้องทำ'' ชายผู้สวมแว่นทรงกลมตอบปัญหา แต่กระนั้นก็ยังมีคนไม่รู้เรื่องว่าเพราะเหตุไรจำต้อง โฌแอล มาตำหนิป เพราะเหตุไรจำต้องปรับมาตึงเกมรับด้วยสามเซนเตอร์ฮาล์ฟ เพราะเหตุไรไม่ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ไม่ เบน วู้ดเบิร์น หรือ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ นี่บอร์นมัธ ไม่ใช่บาร์เซโลน่า…
''โอเค ผมแค่มองว่าบอร์นมัธมีกองหน้าสองคนที่มีความเร็ว ในตอนที่ แดเนียล (สเตอร์ริดจ์) เพิ่งจะหายมาอาจจะยังไม่เหมาะสมกับเกมชนิดนี้ ผมเลยเลือกแท็กติกอย่างงั้น'' ฟังแล้ว กลายเป็นผลึกแบบเดียวกันมั้ย
1. การที่แปลงมาใช้ข้างหลังสามด้วยการถอดนักฟุตบอลที่ฝากความคาดหมายได้มากสุดออกตั้งแต่นาที 65 ซึ่งเวลาที่เหลือขนาดนั้นอย่างไรก็นำพาความเสี่ยงที่จะเสีย โดยเฉพาะยิ่งเมื่อใคร่ครวญจากความเหนียวแน่นของเกมรับลิเวอร์พูลที่ผ่านมา
2. ถ้าสเตอร์ริดจ์ไม่เหมาะสมกับ ''เกมอย่างงี้'' ก็ไม่สมควรใส่ชื่อเอาไว้ด้วยทุกสิ่งทุกอย่าง เนื่องจากมันเหมือนทำข้อสอบแล้วคิดไม่ออกก็วงเดาๆไป
3. ในขณะที่โดน 2-2 ถึงด้านหลังเกมแต่เวลาก็ยังพอเพียงหลงเหลืออยู่รวมทดเจ็บก็ขั้นต่ำ 7 นาที เพราะเหตุไรครับ เขาถึงอาจจะนิ่งที่จะแก้ไขเหตุการณ์ มีสิ่งใดบันดาลใจให้มั่นใจว่าผู้เล่นที่อยู่ในสนามจะสามารถพังประตูลำดับที่สามได้
ซีซั่นนี้เว้นแต่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ดแล้ว สังเวียนของกลุ่มท็อปเซเว่นก็ล้วนทำให้กองเชียร์บอร์นมัธเดินทางกลับบ้านที่แดนใต้ด้วยความชอกช้ำมาตลอด แพ้ 4-0 ที่เอตำหนิฮัด, 3-1 ที่เอมิเรตส์, 3-0 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ และ 6-3 ที่เราดิสัน พาร์ค ดังนั้นแล้วด้วยประการทั้งปวง ลิเวอร์พูลควรจะเก็บสามแต้มให้ได้กับ ''เกมอย่างงี้'' การบาดเจ็บของ ซาดิโอ มาเน่ ทำให้เกิดผลเสียแน่นอนฤดูกาลนี้พวกเขาไม่เคยกำชัยได้เลยยามไม่มีสตาร์คนเก่งกลุ่มชาติเซเนกัล (เสมอ 2 แพ้ 2) แต่กระนั้นด้วยทรงของเกมอย่างคืนวันพุธ ด้วยความที่ครึ่งหลังลงมาเร่งเครื่องจนบดออกนำไปเป็นระเบียบ ถ้ารักษาสกอร์ไม่ได้ ก็จำต้องซ้ำๆเพิ่ม แต่ชมรมสีแดงแห่งเมอร์ซี่ย์ไซด์ทำไม่ได้สักอย่าง อีกอย่างหนึ่งข้อสมมติฐานว่ากลุ่มของคล็อปป์มักแพ้ทางพวกมาอุด แม้กระนั้นนี่ไม่ใช่ บอร์นมัธภายใต้โค้ชวัยรุ่น เอ็ดดี้ อาว มาแอนฟิลด์ด้วยการวางระบบ 4-4-2 มี โจชัว คิง กับ เบนิค อโฟเบ้ ยืนหัวหอก พวกเขาพากเพียรเซตเกมรุกบนพื้นสู้ แม้อาจมีบ้างที่รอคอยฉกความบกพร่องเข้าโจมตีดังยกตัวอย่างเช่นลูกแรกที่ทำเป็น นี่ก็ไม่ใช่หนแรกที่เกิดอะไรอย่างงี้
วันเสมอซันเดอร์แลนด์ 2-2 ที่สเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ก็ถูกทีเด็ด พบร์เมน เดโฟ นาที 84 ถัดมาเสียท่าคารังต่อสวอนซี 2-3 ทั้งที่อุตสาห์ฮึดเหมือนกลับมาได้แล้วและแน่ๆที่เดอะ ค็อปอาจจะจำฝังใจก็คือเกมแรกที่เยี่ยมบอร์นมัธต้นธันวาคม คำถามเป็นเพราะเหตุไรคุณถึงเก่งจังกับกลุ่มใหญ่ แม้กระนั้นมักป้อแป้กับกลุ่มเล็ก???? พวกเขาเอาชนะคู่ปรับกลุ่มท็อปเซเว่นได้ถึง 7 เกมจาก 12 แม้กระนั้นทราบมั้ยครับว่าสถิติกับการเผชิญหน้าพวก 8 กลุ่มข้างล่างของตารางลงไปเป็นอย่างไร 21 แต้มจาก 39 แต้มเต็ม หรือ 21 แต้มจาก 13 นัดหมาย ใช้สมองน้อยๆคำนวณเท่ากับว่ามีถึง ''18 คะแนนที่หายไป''ฤดูกาลนี้แพ้มาหมดแล้วตั้งแต่เบิร์นลี่ย์, บอร์นมัธ, สวอนซี, ฮัลล์ จนกระทั่งเลสเตอร์ ซิตี้ ถ้าพอเพียงพบเชลซี, ท็อตแน่ม, แมนฯ ซิตี้, อาร์เซนอล, แมนฯ ยูไนเต็ด จนกระทั่งเพื่อนพ้องข้างสวน เอฟเวอร์ตัน แทบชูขันหมากอัญเชิญให้รีบมาพบเลยบอลมักมีอะไรแปลกๆเสมอ คล็อปป์ควรจะเขยื้อนสายตาดูสเปอร์สซึ่งกำลังกดดันเชลซีไม่ลดละ การที่พวกเขาโกงความตายมาได้อย่างเมื่อวันพุธ ซ้ำเติมว่าเพราะเหตุไรสองปีมานี้ถึงนำพามาตรฐานวนเวียนบนหัวตาราง ต่อเข้าข้างซีซั่นก่อนบางทีอาจคลอดลูกสะดุดหัวคะมำก็ตาม พวกเขาแพ้ 3 เกมแค่นั้นให้กับลิเวอร์พูล, เชลซีและแมนฯ ยูไนเต็ดใช่ครับ เป็นเรื่องปกติที่ทำความเข้าใจกันได้ แต่เมื่อถึงแมตช์ที่จำต้องชนะก็ชนะ ขุนพลตราไก่ของ เมาริซิโอ โปเช็ตตำหนิโน่ ปัดกวาดไป 32 แต้มจาก 12 เกมยามพบกลุ่ม 8 กลุ่มข้างล่างของตาราง โดยทำตกหายไปแค่ 4 แต้ม… ผมเคยเขียนไปก่อนแล้วว่าหากออกทรงนี้ สู้มีผลงานกลางๆก็ได้เมื่อพบกลุ่มใหญ่ แล้วแบ่งอะดรีนาลีนพล่านไปใส่กับกลุ่มที่เหลือ มิฉะนั้นก็จำต้องมานั่งปรับทุกข์กัน เพราะว่ากลุ่มเล็กมีมากกว่า
จุดต่อมา ซีซั่นนี้พวกเขาเสียประตูจากเซตพีซไป 11 ลูกจากทั้งปวง 39 ? ซึ่งแม้กระทั้งแมนฯ ซิตี้ที่โดนวิจารณ์เรื่องความอ่อนฮวบเกมรับ หรือว่าอาร์เซนอลก็ตาม ยังมีสถิติที่ดีมากกว่าด้านนี้ นี่นับว่าเป็นอีกสิ่งที่ไม่ว่าใครมาเจอก็ชอบเตรียมพร้อมลูกตั้งเตะมาคอยทำร้าย เนื่องจากคล็อปป์นิยมให้ผู้ร่วมทีมคุมโซนมากกว่าประกบคน
ก่อนนี้มีการกางเทียบผลงานของ เบรนแดน ร็อดพบร์ส กับคล็อปป์ ซึ่งก็แทบไม่ได้แตกต่างกัน อย่างไรก็ตามก็มีคนยกประเด็นว่าประสิทธิภาพของกลุ่มวัดกันตรากตรำ เพราะว่ายุคก่อนมีบ่าสองข้างของ หฝ่าส์ ซัวเรซ ที่แบกภาระทุกๆอย่างของกลุ่ม มาถึงยุคนี้แบ่งหน้าที่รับผิดชอบกระจายมากกว่ายังไงก็แล้วแต่ ลิเวอร์พูลเป็นชมรมที่ผูกติดการบรรลุเป้าหมายตลอดมา

พวกเขาบางทีอาจไม่เคยไปถึงโทรฟี้พรีเมียร์ลีก แม้กระนั้นก็ทำเป็นใกล้เคียงมา 2-3 หนตั้งแต่ยุค ราฟา เบนิเตซ มาถึงร็อดพบร์ส ซึ่งนับว่าเป็นกลุ่มที่มีการนำเสนอแบบแจ่มกระจ่าง มีผู้เล่นที่สามารถเรียกได้เลยว่าเป็นตัวผู้แสดงนำชายระดับทวีป
คูตำหนินโญ่, ฟีร์มีโน่ และมาเน่ ไม่ใช่ไม่เก่ง แม้กระนั้นมั่นใจว่าสาวกหงส์เองก็ย่อมประทับใจกับกลุ่มที่มี เฟร์นานโด โคนร, สตีเว่น พบร์ราร์ด, ชาบี อลอนโซ่, ฮาเวียร์ มาสหนวดเคราโน่ เหมือนกับกลุ่มที่นำโดยหัวหอกฟันเหยินเลขลำดับเจ็ด
ซัมเมอร์นี้คล็อปป์ประกาศแล้วว่าซื้อแน่…ผมเอาคำถามเดียวกันนี้คุยกับเดอะ ค็อปก่อนเกมวันพุธ มีอยู่คนพูดน่าตกใจอย่างงี้ครับ ''ผมต้องการเห็นทีมซื้อ 6 คน พวกเราจำต้องแปลงใหม่และมีตัวสำรองทดแทน ผู้รักษาประตู เซนเตอร์ฮาล์ฟ แบ็กซ้าย กองกลาง ตัวขอบเส้น และกองหน้า''
ความน่าจะเป็นไปได้ที่จะมองเห็นโค้ชที่ลุ่มหลงเพลงเฮฟวี่ทุ่มชูแผง จ่ายหนักๆก็น่ารู้ดีว่ามีแค่ไหนกัน ถัดมาหากติดตามบทสัมภาษณ์ของเขาตลอดก็น่าจะทายใจหัวใจได้ไม่ยากว่าเขาเองก็พึงพอใจต่อกลุ่มที่มีพอสมควร ดังนั้นแล้วช่องทางที่จะซื้อกี่คน ใช้งบประมาณเท่าใดก็อาจจะสังกัดว่าสุดท้ายจบชั้นเท่าใดในตาราง
โปรแกรมที่เหลือจากนี้อีก 7 เกม : สโต๊ค, เวสต์บรอมวิช, พาเลซ, วัตฟอร์ด, เซาธ์แฮมป์ตัน, เวสต์แฮม และโบโร่
ถ้าเป็นคอนเต้หรือโปเช็ตตำหนิโน่ก็อาจจะคลำปาก ทว่านี่เป็น ''ของแสลง'' สำหรับลิเวอร์พูลศักราชนี้ แน่ๆก็นับว่าเป็นเจ็ดเกมที่จะชี้ขาดโค้ชอย่างคล็อปป์เพราะว่า ภายหลังได้คุมเต็มตัวผ่านมาหนึ่งฤดูกาลควรจะให้เกรดที่เท่าใดกัน 18 แต้มที่หายไป… ต้องอุตริฝันน้ำลายเยิ้มว่าเก็บได้หมดเลย เอาแค่ครึ่งเดียวหลังจากนั้น เพราะว่าหากทำเป็นเดี๋ยวนี้ลิเวอร์พูลจะอยู่ลำดับที่สองตามหลังผู้นำฝูงเชลซีเพียง 3 แต้ม

จ่ามู ให้กําลังใจรานิเอรี่หลังโดนจิ้งจอกปลด

 

โจเซ่ มูรินโญ่ นายใหญ่ฝีปากกล้าของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาให้กําลัง เคลาดิโอ รานิเอรี่ กุนซือของจิ้งจอก ที่เพิ่งโดนปลดไป

จิ้งจอก เพิ่งประกาศปลดเคลาดิโอ รานิเอรี่ออกจากการเป็นผู้จัดการทีมเมื่อคืนที่ผ่านมา

โดย  มูรินโญ่ ได้โพสต์ให้กําลังใจ รานิเอรี่ เมื่อทราบข่าวว่าเขาโดนปลด ''ไม่มีใครลบประวัติศาสตร์ที่นายเขียนขึ้นมาได้ แชมป์พรีเมียร์ และ ผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของฟีฟ่า''

โจเซ่ มูรินโญ่เซงผีสังเวย มิคกี้,คาร์ริค เข้ารอบยุโรป้า 32 ทีม

น้ามู ผู้จัดการทีมฝีปากกล้าของ ผี คาดว่าเขาจะหมดสิทธิ์ลงสนามเฮนริค มคิทาร์ยาน กับ ไมเคิล คาร์ริค ในเกมนัดชิงอีเอฟแอล คัพ กับ เซาแธมป์ตัน ในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้โดยทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บในเกมเยือน แซงต์-เอเตียน ในศึกยุโรป้า ลีกรอบ 32 ทีมสุดท้ายเมื่อคืนที่ผ่านมา

 

เฮนริค มคิทาร์ยาน และ ไมเคิล คาร์ริค ได้รับบาดเจ็บทั้งคู่ระหว่างเกมการลงเล่นก่อนสุดท้ายจะโดนเปลี่ยนตัวออกไปในศึกยุโรป้า ลีกรอบ 32 ทีมสุดท้ายกับ แซงต์-เอเตียน ผลปรากฏว่า ผีบุกไปชนะด้วยแต้ม 1-0 ผลสกอร์ร่วม 4-0 ผ่านเข้ารอบต่อไป

 

''ผมไม่ได้ยืนยันนะ แต่ผมคิดว่าพวกเขาไม่น่าจะไหว''

แฟนปีศาจแดง!เวย์น รูนีย์ หายเจ็บกลับมาลงสนามซ้อมแล้ว

เวย์น รูนีย์ กัปตันของทีมปีศาจแดง หายจากอาการบาดเจ็บลงฝึกซ้อมได้อีกครั้ง ก่อนจะบุกเยือน แซงต์ เอเตียนในศึกยูโรปา ลีก รอบ 32 ทีม นัดสอง

 มูรินโญ กุนซือของทีมเผยก่อนหน้านี้ ว่าเขาไม่แน่ใจว่า ศูนย์หน้าวัย 31 ปี จะกลับมาฟิตทันนัดชิงชนะเลิศของถ้วยอีเอฟแอล คัพ หรือไม่ หลังจากที่นักเตะได้รับบาดเจ็บ ทำให้ไม่ได้ลงเล่นตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

นับเป็นข่าวดีอย่างยิ่งของปีศาจแดง ที่ล่าสุด ศูนย์หน้า ทีมชาติอังกฤษ หายจากอาการบาดเจ็บสามารถลงซ้อมได้แล้ว ซึ่งอาจมีชื่อเป็นผู้เล่นในเกมยุโรปวันพฤหัสบดีนี้

พบข้อความไล่ เหี่ยวในงานประท้วง”ทรัมป์”

มีรายงานแผ่นภาพปรากฏข้อความขับไล่ เจ๊ กุนซือของอาร์เซน่อล ในงานเดินขบวนประท้วง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในประเทศอังกฤษ

 

เวนเกอร์ โดนกระแสขับไล่อย่างหนักจากผลงานที่พาปืนใหญ่บุกไปโดนบาเยิร์น มิวนิคถล่มยับมา 1-5 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

 

แม้เกมล่าสุดพวกเขาจะผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายเอฟเอ คัพไปได้ด้วยการชนะ ซัตตัน ยูไนเต็ด ไป 2-0 แต่ก็ไม่ได้สร้างความประทับใจให้สาวกปืนโตแต่อย่างใด

 

โดยในงานประท้วง ทรัมป์ ในประเทศอังกฤษกับพบแผ่นภาพปรากฏข้อความขับไล่ อาร์แซน เวนเกอร์ มาด้วยสร้างความประหลาดใจให้ผู้พบเห็น

อีสเซลิค ผิดหวังเกรียนโอ้เหมือนไม่อยากเล่นให้ทีม

วาเลนติน อีสเซลิค ห้องเครื่อง นีซ เผยผิดหวังกับพฤติกรรมของ มาริโอ บาโลเตลลี ที่ดูเหมือนไม่อยากลงเล่นช่วยทีม
เกรียนโอ้ ป่วยเป็นหวัด จึงไม่มีชื่ออยู่ในนัด เมื่อคืนนี้ที่เสมอกับแรนส์ 2-2 ซึ่งก่อนหน้านี้ ลูเซียง ฟาฟร์ เฮดโค้ช ของ ทีม  เพิ่งดร็อปเขาให้เป็นตัวสำรองในนัดพบกับแซงต์ เอเตียน ล่าสุด เนื่องจากไม่พอใจที่เขาไม่ชอบลงมาช่วยเกมรับ
ไม่เพียงแค่ เฮดโค้ชของทีมที่มีความเห็นเช่นนี้ อีสเซลิค เพื่อนร่วมทีมของเกรียนโอ้ ก็มีความเห็นเช่นเดียวกัน
"ผมคิดว่าเขาดูเหมือนไม่อยากลงเล่นกับเรา น่าผิดหวังจริงๆ เราสมควรได้ใช้ความสามารถของเขาในเกมเช่นนี้"

เจ้าบุญทีม ซวย”บิดัล”ปิดฤดูกาลก่อนเพื่อน

อเล็กซ์ บิดัล แบ็คขวาของ ต่างดาว ได้รับบาดเจ็บร้ายแรงในเกมบุกคว้าชัย อลาเบส

บิดัล กองหลังชาวสแปนิช ของ ต่างดาว ข้อเท้าหักหลังจังหวะประทะกับนักบอลของ อลาเบส

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดช่วงท้ายเกมในนัดบาร์เซโลนาบุกคว้าชัย ด้วยสกอร์ 6-0 ในจังหวะที่แบ็ควัย 27 ปี พุ่งเข้าเสียบบอลปะทะกับ ธีโอ เอร์นานเดซ ส่งผลให้ขั้นข้อเท้าหัก บิดงอ อย่างเห็นได้ชัดเจน

ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่เขาต้องจบฤดูกาลนี้ เนื่องจากต้องพักรักษาตัวระยะยาวอย่างแน่นอน